🐏⛰️☀️ New Zealand : Paradise at the Edge 🐏⛰️☀️

…สุดยอดแห่งความงามของวิวทิวทัศน์ท่ามกลางธรรมชาติ ณ เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ในอัลบั้มนี้ “เที่ยวผ่านเลนส์ / Forzanu Foto” จะขอนำภาพสวย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ให้ได้ชื่นชมภาพบรรยากาศของเมืองแต่ละเมืองแบบสะท้านทรวง และธรรมชาติที่สุดขั้วของเกาะใต้นิวซีแลนด์กัน.. ซึ่งเป็นการเดินทางเริ่มต้นจากเมือง Christchurch ไปจบที่ Queenstown ส่วนจะมีที่ไหนที่น่าสนใจ มีวิวไหนโดน ๆ เลื่อนชมกันไปได้เรื่อย ๆ เลย

…ปล. ภาพการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางเมื่อตอนต้นเดือนตุลาคม 2017 นะครับ.. เดินทางไปกับบริษัทที่จัดทำทริปเที่ยวเดินทาง Napira Travel Stylist ใครสนใจเดินทางไปแบบสบาย ๆ ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรให้เหนื่อยใจให้ที่นี่จัดการได้เลยครับ https://www.facebook.com/TravelStylistNapira/


• Christchurch – Queenstown •

…มินิรีวิวนี้เราจะเริ่มต้นกันที่เมือง Christchurch แล้วไปต่อที่เมืองเล็ก ๆ ตากอากาศที่ Akaroa ก่อนจะไปสัมผัสความงามอย่างกับสวรรค์ของทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์ที่ Lake Tekapo จากนั้นมุ่งหน้าไปชม Mount Cook เทือกเขาที่สูงที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์แล้วออกเดินทางต่อไปยังเมือง Wanaka เมืองที่น่านอนพักค้างสักคืนเพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทางของใครหลายคนที่เมือง Queenstown ซึ่งยังมีอะไรให้เที่ยวต่อได้อีกมากมายอย่างเช่น Milford Sound ที่เราจะพาไปชมฟยอร์ดแห่งซีกโลกใต้กัน

…ฝากข้อมูลเดินทางไว้สักนิดให้นึกภาพกันออก

  • สภาพอากาศมีด้วยกัน 4 ฤดูกาล
  1. ฤดูร้อน – ธันวาคม – กุมภาพันธ์
  2. ฤดูใบไม้ร่วง – มีนาคม – พฤษภาคม
  3. ฤดูหนาว – มิถุนายน – สิงหาคม
  4. ฤดูใบไม้ผลิ – กันยายน – พฤศจิกายน
  • เวลาของประเทศนิวซีแลนด์จะเร็วกว่าเมืองไทยเรา 6 ชั่วโมง
  • ค่าเงินของนิวซีแลนด์ : หน่วยสกุลเงินคือ NZ$ / 1 ดอลล่าห์นิวซีแลนด์ เท่ากับประมณ 25 บาทไทย
  • ระบบไฟฟ้าของประเทศนิวซีแลนด์ : ใช้กระแสไฟฟ้า 230 โวลต์ และใช้ปลั๊กไฟแบบสามขา ดังนั้นใครที่จะเดินทางไปก็ต้องเตรียม Adapter ให้พร้อม


• Christchurch •

…เริ่มต้นกันที่เมือง Christchurch หลังจากที่ประสบเหตุภัยพิบัติไปเมื่อหลายปีก่อน ทุกวันนี้ Christchurch ก็กลับมาสวยงาม และยังคงเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาแวะเวียนอยู่เสมอ ด้วยความที่เมืองนี้มีสนามบินจึงเป็นจุดมุ่งหมายหลักอีกจุดของนิวซีแลนด์ที่นักท่องเที่ยวมักจะใช้เมืองเป็นทั้งจุดหมายปลายทาง หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางก็ได้เช่นกัน

…ภาพบรรยากาศเงียบสงบในเมือง Christchurch เป็นภาพที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ถนนหนทางสะอาด บรรยากาศดีดีสามารถเดินเล่นได้เพลิน ๆ เก็บภาพกันสักหน่อย ใครที่แวะมาเมืองนี้ขอแนะนำว่าอย่างน้อยต้องมีเวลาสัก 1 คืน หรือ 2 คืนจะดีที่สุด


• Christchurch to Akaroa •

…จากแพลนการเดินทางวันแรกที่ Christchurch ก็มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ลงไปไม่ไกลนักเพื่อจะไปสัมผัสความงามของเมืองเล็ก ๆ อย่างเมือง Akaroa แต่ก่อนจะถึงตัวเมืองก็ผ่านจุดชมวิวข้างทางก็แวะกันสักหน่อย

…อย่างที่รู้กันดีว่ามานิวซีแลนด์แล้วนั้นเรื่องจุดหมายปลายทางนั้นจะถึงกันง่าย ๆ เป็นไปไม่ได้.. ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ แต่ก็เพราะวิวข้างทางนี่แหละที่สวยแทบจะตลอดทุกเส้นทาง และจุดนี้เช่นกัน

…อ้อ !! ทริปนี้ผมโชคดีได้เดินทางร่วมทริปมากับคุณนาตาลี เจียรวนนท์ และคุณฟลุ๊ค เกริกพล ด้วยนะครับ.. สองท่านนี้ก็เป็นกันเองและคุยสนุกมาก ทริปนี้ก็เลยได้โอกาสเก็บภาพคู่รักคู่หวานคู่นี้มาหลายใบเลย


• Akaroa •

…ระยะทางจาก Christchurch ถึง Akaroa ก็อยู่ที่ 80 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถเพลิน ๆ รวมแวะถ่ายรูปเล่นข้างทางด้วยก็ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงเมืองเล็ก ๆ ที่เราจะได้ซึมซับบรรยากาศของ Akaroa ที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่วความเป็นฝรั่งเศสปนอยู่นิด ๆ ด้วยความที่เคยมีชาวฝรั่งเศสมาตั้งรกรากตั้งแต่ปี 1840 ทำให้เมื่อเดินไปเดินมาที่เมืองนี้ก็จะยังได้เห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน ชื่อตรอก รวมถึงสไตลของบ้านเรือนที่อยู่ที่นี่ …ถ้าถามว่าเมืองนี้น่านอนค้างน่านอนพักมั้ย แนะนำเลยว่าหากใครถ้ามีเวลาหลายวันพอ “ควรนอนสักคืน” เพราะบรรยากาศเมืองนี้มันดีจริง ๆ


• Finding Hector’s Dolphin •

…ด้วยความที่เป็นเมืองตากอากาศดังนั้นเรื่องบรรยากาศความเป็นเมืองของอ่าวของทะเลสาบนั้นบอกเลยว่ามาเต็มทั้งสะพานไม้ นกนางนวล เรือใบ เรือถีบ และแน่นอนว่านักท่องเที่ยวทั้งหลายนิยมกันมากก็คือ “กิจกรรมการล่องเรือชมบรรยากาศในอ่าว” เพื่อชมวิวสวย ๆ และชม “โลมาเฮคเตอร์ (Hector’s Dolphin) หนึ่งในโลมาสายพันธุ์เล็กที่มีความยาวเฉลี่ยประมาณเพียงหนึ่งเมตรครึ่งเท่านั้น… โดยเมื่อเรือออกจากท่าได้สักพักเราก็จะได้ดื่มด่ำกับวิวสวย ๆ และในที่สุดก็จะได้พบกับฝูงโลมาเฮคเตอร์ที่มาว่ายคลอเคลียไปกับเรือ.. เตรียมกล้องให้ทันเตรียมเลนส์ให้พร้อมยิงรัว ๆ ได้เลย

…นอกจากโลมาแล้วยังโชคดีได้พบแมวน้ำที่นอนเนือย ๆ ชิว ๆ อยู่บนโขดหินตามเกาะแก่งริมชายหาดที่เรือล่องไป.. หรือโชคดีหน่อยก็อาจได้เห็นเซอรไพรส์อย่างในภาพที่เราเจอก็คือภาพ แมวน้ำกำลังกินปลาโดยการฟาดกับผิวน้ำท่ามกลางนกทะเลที่รอคอยเศษเหยื่อกระเด็น เท่านั้นไม่พอยังอาจเจอเจ้านก “อัลบาทรอส : Albatross” ราชาแห่งเวหาที่พร้อมมาแย่งเหยื่อจากแมวน้ำ.. ในภาพนี้ก็ถือว่าโชคดีมากที่ได้เจอกับจังหวะแย่งเหยื่อกันพอดี

…โดยรวมเมือง Akaroa นั้นเป็นอีกจุดมุ่งหมายของนักเดินทางที่เดินมายังเกาะใต้ และแน่นอนว่าควรมีเวลาอยู่ที่นี่อย่างน้อยสัก 1 วัน 1 คืน เป็นอย่างต่ำ…


• Beautiful Cruising  •

…ชมกันเต็ม ๆ กับบรรยากาศโดยรวมรอบ ๆ ระหว่างการนั่งเรือล่องชมอ่าว Akaroa บอกเลยว่าฟินมาก… คือวิวโดยรอบนั้นสวยไปหมดเริ่มตั้งแต่พอเรือออกจากท่าได้แป๊บเดียว เราก็จะเห็นภาพของบ้านเรือนต่าง ๆ ที่สร้างอยู่ตามแนวภูเขาสลับสูงต่ำกันไป เห็นแล้วมีความคิดคนที่นี่จะรู้บ้างไหมว่าตัวเองได้อยู่ในสถานที่ที่มันธรรมชาติ และสะอาด และสวยงามอะไรได้ขนาดนี้


• One Town, Thousand Happiness •

…ยอมรับเลยว่าเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้โดนใจผมไปเต็ม ๆ ด้วยสภาพแวดล้อมที่สะอาดสะอ้าน และยังมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเล่นเพียบ เสียดายว่ามีเวลาน้อยเพราะแวะที่นี่แค่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็ต้องออกเดินทางต่อ แต่บอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาต้องมนต์มากไหนจะการเดินเล่นริมอ่าว นั่งเรือชมบรรยากาศชมวิวรอบ ๆ อ่าว ๆ เห็นบ้านเรือนสวย ๆ เห็นภูเขาที่ล้อมรอบ และยังได้เห็นธรรมชาติของสัตว์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่บอกเลยว่านี่คือเมืองเล็ก ๆ ที่จะทำให้เรามีความสุขแบบบิ๊ก ๆ กลับไปแน่นอน


• On the Way to Lake Tekapo •

…จากเมือง Akaroa เราก็พร้อมมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปที่ “ทะเลสาบเทคาโป” ระหว่างทางไปนั้นเราจะพบกับวิวสวย ๆ ตลอดสองข้างทางที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มความสุขให้เราแล้ว ยังทำให้เราแทบจะหลับไม่ลงหรือไม่อยากจะละสายตาออกจากสองข้างทางเลยแม้แต่นาทีเดียว


• Lake Tekapo •

“ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ทะเลสาบน้ำจืด ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเทือกเขา Southern Alps ซึ่งห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชมาประมาณ 3 ชั่วโมง ความสุดยอดของที่นี่คือวิวที่บอกได้ว่าสวยดั่งเทพนิยายจริง ๆ 

…สำหรับบรรดาช่างภาพ และผู้นิยมการถ่ายภาพดวงดาวทางช้างเผือกตรงจุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปได้สวยมาก ๆ เช่นกัน เช็ควันเช็คเวลากันให้ดีดีก็พอ… …ส่วนในภาพนี้คือ โบสถ์เล็ก ๆ (The Church of the Good Shepherd) ที่อยู่บริเวณทะเลสาบคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากันไม่เว้นแต่ละวัน..

…บอกได้ว่าฟินโคตรแล้วครับตรงจุดนี้ทั้งสภาพอากาศที่มาช่วงเดือนพฤศจิกายนอากาศเย็นสบาย เห็นแดดแรง ๆ แบบนี้แต่เราสามารถใส่เสื้อยืดตัวแจ๊คเก๊ตตัวเดินหล่อ ๆ สวย ๆ เท่ ๆ ได้ .. ดูคนที่นี่ยังเสื้อยืดเกงขาสั้นกันเลย

…วิวทิวทัศน์ ณ จุดนี้บอกได้ว่าระดับโลกทีเดียวเชียวกับภาพของทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสกิ๊ง ๆ ที่ยิ่งตอนแดดออกด้วยแล้วงามระยิบระยับจับตาจับใจกันไปมิรู้ลืม…บริเวณนี้ใครมีเวลานาน ๆ ขอบอกเลยว่าเดินเล่นเผาเวลาได้เต็มที่ เพราะถ้าวิวสวย ๆ แล้วรับรองว่าถ่ายคนออกมาก็ต้องสวยแน่นอน.. สรุป ที่นี่คือเส้นทางขับรถที่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องมาให้ได้นะจ๊ะ


• On the Way to Mount Cook National Park •

…จุดหมายปลายทางต่อไปที่เรามุ่งหน้าไปกันก็คือ “อุทยานแห่งชาติเม้าท์คุก (Mt.Cook National Park) ที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Southern Alps ที่ตั้งชื่อตามกัปตันเจมส์ คุก ผู้ค้นพบประเทศนิวซีแลนด์ ส่วนบรรยากาศสองข้างทางที่ขับมาเรื่อย ๆ นั้นสะท้านทรวงหัวใจเต้นตุบตับกันแทบทุกระยะ เพราะตลอดสองข้างทางนั้นเราจะพบทั้งวิวอลังการ ๆ อย่างภูเขา ยอดเขาที่รายล้อมสลับกับทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ทะเลสาบ และต้นไม้ต่าง ๆ ที่บอกได้ว่าแทบอยากจะแวะลงไปถ่ายรูปมันซะทุกจุดเลย


• Wonderful Viewpoint : Peter’s Look Out •

…ตามที่เห็นในภาพนี่เลยกับยอดเขาเมาท์คุ้กที่มีความสูงถึง 3,704 เมตร นับเป็นยอดเขาที่สูงเป็นลำดับที่ 37 ของโลก มีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี เพราะขนาดช่วงที่เราเดินทางมานี้อยู่ในประมาณปลายเดือนกันยายนเข้าต้นเดือนตุลาคม ก็ยังเห็นหิมะปกคลุมตลอดเขาแทบทุกส่วน ซึ่งจุดนี้เองก็เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่ใครมาก็ต้องแวะเพราะยังไงก็ต้องผ่าน…โดยจุดชมวิวที่เห็นในภาพนี้คือบริเวณ “Peter’s Lookout Viewpoint” กับวิวที่จะทำให้เราตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูกเมื่อด้านหน้าคือยอดเขา Mt.Cook ขนาบข้างด้วยทะเลสาบ “Lake Pukaki” ที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าสว่างใส เห็นแล้วแทบคลั่งถ่ายภาพกันทั้งคนถ่ายวิวสลับกันแทบไม่ทัน


• See Turquoise : Lake Pukaki •

…ภาพของ “Pukaki Lake” ช่วงสายของวันไม่อยากจะบอกว่ามันสะท้านทรวงมาก ยิ่งตรงจุดที่แสงแดดส่องลงมากระทบผืนน้ำเป็นภาพระยิบระยับยิ่งงดงามตรึงตาตรึงใจอะไรจะขนาดนั้น.. ถ้าไม่มาเห็นด้วยตาตนเองคงไม่เชื่อว่านี่มันคือสุดยอดจริง ๆ


• Amazing Landscape : Lindis Pass •

…ผ่านพ้นไปแบบเร็ว ๆ จาก Mt.Cook มุ่งหน้าบนถนนสู่เมืองต่อไป Wanaka เราจะผ่านฟาร์มปลาแซลมอนแถว ๆ Twizel แล้วก็มาพบกับจุดชมวิวข้างทางอีกจุดที่มีความสวยงามแปลกตากับทุ่งหญ้า และทิวเขาทั้งสูงทั้งต่ำสลับกันไปนั่นคือบริเวณ “Lindis Pass” คือที่บอกว่าแปลกตาเพราะระหว่างก่อนเข้าเขตนี้ทุ่งหญ้าข้างทางก็ยังเขียวขจีอยู่ แต่อยู่ดี ๆ ก็ถูกปรับโหมดมาให้เจอทุ่งหญ้าสีเหลืองสีน้ำตาเหมือนทุ่งหญ้าสะวันนายังไงยังงั้นแบบนี้เลย ส่วนในภาพที่เห็นก็ช่วงที่มาต้นเดือนตุลาคมใครมาช่วงนี้ก็จะได้เจอแบบนี้แน่นอน


• On The Way to Wanaka •

…การเดินทางท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์นั้นถ้าเป็นที่เกาะใต้นักท่องเที่ยวก็จะมีทั้งแบบที่เดินทางกันมาเองแล้วเช่ารถบ้านขับ แวะหาซื้ออาหารทำอาหารกินกันสนุกสนานกันไปตามสไตล์ หรือใครอยากแค่ขับรถเองแต่ไม่อยากนอนในรถ ไม่อยากเก็บล้างให้เสียเวลาก็เลือกแบบเราขับรถเที่ยวเองแล้วหาที่พักโรงแรม โมเต็ล หรือบ้านพักแบบไหนก็ตามที่เราเลือก วิธีนี้ก็ถือว่าสะดวกเช่นกัน ส่วนอรรถรสความสนุกก็อยู่ที่ใครเลือกแบบไหนชอบแบบไหน

…หรือสุดท้ายจะเลือกแพคเกจทัวร์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเราเอง Napira Travel Stylist ก็มีบริการแพคเกจทัวร์ที่จัดนำเที่ยวเกาะใต้แบบฟิน ๆ จัดเต็มให้กับลูกค้าได้รับความสะดวกสบายกันไป .. ใครสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มก็ไปที่เพจของ Napira ได้ https://www.facebook.com/TravelStylistNapira/


• Small but Beautiful : Wanaka •

…ส่วนสถานที่หมายต่อไปเป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก ๆ บรรยากาศก็ยังคงสวยงาม เห็นแล้วอยากอยู่ที่นี่อีกนาน ๆ ก็คือเมือง “Wanaka” ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ “Lake Wanaka” มาที่นี่เจอทะเลสาบเยอะมาก แล้วขอบอกเลยว่าสวยทุกที่ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบเล็ก หรือใหญ่แค่ไหน…

…Wanaka เป็นเมืองเล็ก ๆ อีกเมืองที่น่าแวะมาเที่ยวก่อนที่เราจะไปถึงเมืองควีนส์ทาวน์.. เมืองนี้บรรยากาศก็จะแตกต่างไปจาก Akaroa ก็ตรงที่บรรยากาศของบ้านเรือนที่ไม่ได้อยู่ติดกับบริเวณทะเลสาบมากนัก ดังนั้นพื้นที่ริมทะเลสาบจึงเป็นเสมือนจุดพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง และนักท่องเที่ยวที่แวะมาถ่ายรูป เดินเล่น ทำกิจกรรมเบา ๆ ริมทะเลสาบกัน .. ก็เป็นอีกเมืองที่ไม่น่าพลาดหากมาไกลขนาดที่จวนจะถึงควีนส์ทาวน์แล้วแวะที่นี่ก่อนสักหน่อยรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ ๆ 


• Finally at Queenstown •

…ผ่านพ้นไปอีกเมืองมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่จุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคนกันที่เมือง “Queenstown” เมืองที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาฝากหัวใจมาตกหลุมรักและพร้อมจะอยากกลับมาที่เมืองนี้อีกทุกเมื่อ

…ควีนส์ทาวน์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างมาก ซึ่งนอกไปจากสถานที่เที่ยวรอบ ๆ แล้วที่ตัวเมืองก็ยังเป็นแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ รวมทั้งร้านกาแฟ และร้านรวงต่าง ๆ น่ารัก ๆ ให้เราได้เดินเก็บภาพกันเพลิน ๆ ได้แทบจะทั้งวัน …บรรยากาศริมน้ำที่เป็นทั้งบริเวณเรือมาเทียบท่า และเป็นร้านอาหาร มีลานสนามหญ้าเป็นเมืองลานกิจกรรมว่าง่าย ๆ บริเวณนี้เปรียบเหมือนแหล่งพบปะที่เราจะได้มาเดินชมบรรยากาศของ Queenstown ในแบบที่มีอาคารเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอย่างภูเขา และทะเลสาบ…เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำจริง ๆ สักครั้งหนึ่งในชีวิตนะได้มาอยู่ท่ามกลางเมืองน่ารัก ๆ ผู้คนก็อยู่กันอย่างสงบ ๆ มีกิจกรรมใครกิจกรรมมัน ใครจะร้องก็ร้องไปส่วนใครนั่งเล่นนั่งฟังก็ฟังกันไป เรียกว่าเป็นกลิ่นไอของการเดินทางท่องเที่ยวที่เรารู้สึกว่ามันเติมเต็มภาพของการเดินทางให้แน่นขึ้นไปอีก ด้วยทั้งผู้คน สภาพอากาศ สภาพของบ้านเมืองความเป็นอยู่ ถนนหนทาง ความสะอาด และอื่น ๆ ทุกอย่างมันลงตัวกันไปหมดเลย

…ภาพของท่าเรือเล็ก ๆ ที่เมือง Queenstown ยามเย็น.. คืออะไรที่สะท้านมากสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ทั้งผู้ร่วมทริป บรรยากาศของเมืองแต่ละเมือง วิวแต่ละวิวที่ได้เห็นกันไป.. ไหนจะสภาพอากาศที่เที่ยวได้สบาย ๆ อากาศหนาวเย็นแบบที่ไม่ทรมานอย่างเดือน พฤศจิกายน ก่อนจะเข้าฤดูร้อน.. ใครวางแพลนอยากมาลองพิจารณาช่วงนี้ไว้สักรอบก็ดีงามอยู่

…เมือง Queenstown เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่ชื่อ The Remarkables ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของทะเลสาบ “Lake Wakatipu” ทำให้เกิดวิวทิวทัศน์อันงดงามเหมือนความฝันยังไงยังงั้น ซึ่งที่เมืองนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่เพียงบรรยากาศของเมืองเท่านั้นแต่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ นานาสำหรับผู้รักการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่แบบเพลิน ๆ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมวิวสวย ๆ ล่องเรือโบราณ โดดร่มชูชีพ เล่นเจ๊ทโบ๊ท อย่าเสียเวลาไปดูภาพกันเลย


• Extreme Above Queenstown •

…เริ่มกันที่การโดดร่มกันก่อนกับ Extreme Sport ยอดนิยมอีกรูปแบบหนึ่งของที่นี่นอกเหนือไปจากบันจี้จัมพ์ที่เราเห็นกันมาระหว่างทาง การโดดร่มนั้นแน่นอนว่าใจไม่ถึงก็จะไม่ได้ชมวิวสวย ๆ แบบสะท้านหวิว ๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราขอเก็บภาพแต่ไกล ๆ ดีกว่า 5555

…ส่วนใครที่อยากได้วิวสวย ๆ จากมุมสูง ๆ แนะนำว่าให้ขึ้น Skyline มาด้านบนนอกจากจะได้เล่นเครื่องเล่นแล้วก็ยังได้ถ่ายรูปจากมุมสูง ๆ เห็นตัวเมืองรอบ ๆ อีกด้วย.. คุ้มแน่นอน เชื่อเลย


• Flying with Helicopter •

…ส่วนกิจกรรมถัดไปที่เราโชคดีเสียเหลือเกินก็คือได้โอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมวิวทิวทัศน์เหนือยอดเขา และรับประทานอาหารกลางวันกันบนเนินเขาแบบเลิศ ๆ หล่อ ๆ สวย ๆ กันเลยกับ   “PRIVATE CHAMPAGNE PICNIC ON CECIL PEAK”

…ที่เราจะได้สัมผัสก็คือการชมวิวที่ระดับความสูงกว่า 5,000 ฟุต ชมความงามของเทือกเขา Remarkables ยอดเขา Coronet และข้ามผ่านสะพานแขวนคาวารัว ต้นกำเนิดของการเล่นบันจี้จัมพ์ที่โด่งดังไปทั่วโลก

…จะว่าไปแล้วการได้นั่งเฮลิคอปเตอร์นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมจริง ๆ สำหรับคนทั่วไปใช่ว่าอยู่ดีดีนึกอยากขึ้นก็ขึ้นได้ แต่ที่นี่เมื่อมาแล้วคืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องจัดให้ได้จริง ๆ


• Beautiful Sightseeing : Mirror Lake •

“Mirror Lake” ทะเลสาบที่มีน้ำใสราวกระจกเงาสมกับชื่อที่ได้รับ จากภาพจะเห็นว่าเบื้องหน้าเป็นภูเขาที่สะท้อนเงาตัวเองกลับมาลงบนผืนน้ำเหนือทะเลสาบ.. ซึ่งทะเลสาบกระจกเงานี้ทางพื้นที่ได้ทำไว้เป็นสะพานไม้เลาะไปตามข้างทางถนนมีต้นไม้ปกคลุม … แม้วิวตรงจุดนี้จะไม่ได้มีอะไรมากมายหลายมุม แต่ก็คืออีกหนึ่งที่ต้องแวะให้ได้เพราะยังไงก็คือเส้นทางผ่านก่อนจะถึงตัวอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวด์ โดยเป็นจุดเที่ยวข้างทางจอดรถข้างถนนแล้วเดินลงสัมผัสความงามกันได้เลย.. แวะสัก 20-30 นาทีไม่น่าเสียเวลาอะไรมาก แต่ได้ภาพสวย ๆ กลับไปยังไงก็คุ้ม


• Milford Sound National Park •

…มาปิดกันที่ความฟินสุดท้ายที่เรานำมาเสนอก็คือการไปสัมผัสธรรมชาติแบบอลังการท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของภูเขา สายน้ำ ทะเลสาบกันที่ “อุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวด์ : MILFORD SOUND NATIONAL PARK” ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นฟยอร์ดแห่งซีกโลกใต้ ..  และแน่นอนเราก็ต้องมาสัมผัสกับบรรยากาศที่นี่ด้วย MILFORD SOUND CRUISE เพื่อชื่นชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ความมหัศจรรย์ของฟยอร์ด (ว่าแต่ฟยอร์ดคืออะไร) ฟยอร์ดนั้นคือหน้าผาสูงชัน หรือหุบเขาแคบ ๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง จนต่อมาเมื่อธารน้ำแข็งหายไปก็มีน้ำทะเลเข้ามาแทนที่บริเวณที่ธารน้ำแข็งกัดเซาะไป .. ซึ่งส่วนของพื้นที่ที่เป็นภูเขา และหน้าผาที่มีส่วนแหลมยื่นเข้ามาในน้ำนี่เองที่เรียกว่า “ฟยอร์ด : Fjord”..

…และนี่คืออีกหนึ่งความสุดยอดยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ นี่ขนาดถ่ายภาพจากไกล ๆ เรือที่ว่าใหญ่มหึมาแล้วเจอน้ำตกเจอหน้าผาเข้าไปก็กลายเป็นของเล่นเด็กไปในทันที ยิ่งตอนที่เรือค่อย ๆ แล่นเข้าไปใกล้ ๆ นั้นแน่นอนว่าละอองน้ำพาเราชุ่มฉ่ำกันเป็นแถว ๆ แต่ฟินมาก

…ละอองน้ำกระเซ็นเมื่อแสงแดดส่องกระทบเห็นเป็นสีรุ้งบาง ๆ สวยงามจับใจ แม้จะเป็นแค่อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เล็กน้อยแบบนี้แหละที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางอันยิ่งใหญ่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

…ธรรมชาติที่มิลฟอร์ดซาวด์ระหว่างที่เรานั่งเรือไปก็รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์กันไปด้วย อิ่มไปสนุกไปนอกจากจะเพลินไปกับวิวของภูเขาสูง ๆ หน้าผา น้ำตกแล้วเรายังจะได้พบเห็นกับสัตว์ที่อยู่กันตามธรรมชาติด้วย ซึ่งก็อยู่ที่โชคของแต่ละคนว่าใครจะโชคดีเจอสัตว์ประเภทไหน ในที่นี่ก็คือแมวน้ำ อุ๋งอุ๋ง..

…จริง ๆ แล้วถ้าโชคดีกว่านี้จะต้องเจอฝูงโลมา และเพนกวินอีกนะ แต่เสียดายที่ไม่เจอ…ปิดท้ายกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ MILFORD SOUND .. แม้จะอยู่ห่างไกลจากเมือง QUEENSTOWN สักหน่อย(นั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมง) ไป-กลับก็ 6 ชั่วโมง.. ถามว่าคุ้มมั้ยก็คุ้มมาก แต่ถามว่าเหนื่อยไหมก็นั่งรถ ขับรถกันเหนื่อยเหมือนกัน.. แต่เอาน่ะเรี่ยวแรงเที่ยวยังมีมีหรือว่าเราจะท้อถอย


…นิวซีแลนด์สำหรับผมแล้วหลังจากที่ได้เดินทางมา 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2014 ที่เกาะเหนือก็จะมีเมืองใหญ่อย่าง Auckland ที่น่าสนใจเดินเล่นช๊อปปิ้งเล่นบันจี้จั๊มพ์กลางเมืองก็ยังมี.. ก็ยังมีอะไรน่าสนใจอีกอย่างเมือง Matamata ที่เป็นฉากหมู่บ้านน่ารัก ๆ ในหนัง The Lord of the Rings ที่หมู่บ้าน Hobbiton Village และวิวสวย ๆ ก็ยังมีมากมาย.. ส่วนครั้งนี้ พฤศจิกายน 2018 ที่เกาะใต้ ความงามของธรรมชาติยิ่งสะท้านกว่าเกาะเหนือเข้าไปอีก ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วคนที่มาเที่ยวก็นิยมขับรถเที่ยวกัน ไปรอบ ๆ เกาะ

…ซึ่งมินิรีวิวตัวนี้ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลแบ่งให้เพื่อน ๆ ใครอยากชวนใคร แพลนไปเมื่อไหร่ก็ลองดูกันเลย … 

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

 

Facebook Comments
Please follow and like us:
20